ขายของออนไลน์ ร้านค้าออนไลน์ (E-commerce) คืออะไร

ขายของออนไลน์ ร้านค้าออนไลน์ (E-commerce) คืออะไร ในปัจจุบันมีผู้คนมากมายที่ให้ความสนใจกับการ ขายของออนไลน์ เพราะกำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก และทำได้ง่าย ลงทุนต่ำ ที่สำคัญสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้เป็นอย่างดี จึงเป็นการเพิ่มโอกาสในการขาย อย่างไรก็ตามการขายของออนไลน์ก็มีคู่แข่งเยอะ(เพราะทำได้ง่าย) ดังนั้นจึงต้องมีการเตรียมตัวให้พร้อม เพื่อลดความเสี่ยงในการขาดทุน และเพิ่มโอกาสในการทำกำไรให้ได้มากที่สุด

ร้านค้าออนไลน์ (E-commerce) รูปแบบหนึ่งในการขายของบนอินเทอร์เน็ต เป็นที่นิยมในไทยเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีแนวโน้มที่จะเติบโตสูงขึ้น เพราะตลาดออนไลน์เป็นตลาดที่เปิดกว้าง ใครก็สามารถเปิดร้านค้าออนไลน์ได้อย่างไม่ยุ่งยาก การเปิดร้านค้าออนไลน์จึงได้รับความนิยม จากกลุ่มคนที่ต้องการหารายได้พิเศษ ที่สำคัญคือต้นทุนต่ำ และสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้อย่างตรงหลุ่ม และรวดเร็ว

E-commerce ไม่เพียงแค่เหมาะกับพ่อค้าแม่ค้า ที่ต้องการขยายช่องทางขายบนอินเทอร์เน็ตเท่านั้น แต่ก็เหมาะกับบริษัท หรือโรงงานผลิต ที่อยากเปิดร้านค้าออนไลน์ เพื่อเพิ่มโอกาสในการขายเพิ่มเติม เพราะการขายสินค้าผ่านทางร้านค้าออนไลน์ จะช่วยลดต้นทุนได้เป็นอย่างมาก ไม่ต้องจ้างเซลล์ไปเสนอสินค้า ไม่ต้องเสียค่าน้ำมัน ค่าเดินทาง

ร้านค้าออนไลน์ก็มีข้อเสียเช่นกัน เพราะการทำร้านค้าออนไลน์ จะต้องมีการอัพเดตอยู่ตลอดเวลา หมั่นโปรโมทร้านเสมอเพื่อให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้ง่ายขึ้น รวมถึงต้องพยายามโต้ตอบกับลูกค้าให้รวดเร็วทันใจ จึงไม่เหมาะกับคนที่ไม่เล่นอินเทอร์เน็ต ใช้งานอินเทอร์เน็ตไม่ค่อยเป็นหรือไม่ค่อยมีเวลามากนัก ที่สำคัญจะต้องสร้างความน่าเชื่อถือให้กับร้านด้วย โดยการไปจดทะเบียนอิเล็กทรอนิคการขายสินค้าออนไลน์ (อาจทำให้ผู้ขายต้องเสียภาษี) ดังนั้นการจะเปิดร้านค้าออนไลน์ได้ จึงต้องเช็คให้ดีก่อนด้วยว่า ตนเองมีความพร้อมมากแค่ไหน

ก่อนจะเปิดร้านขายของออนไลน์นั้น ควรเตรียมคิดสิ่งเหล่านี้ คิดพิจารณา วางแผนการดำเนินงานให้ดี อาจไม่ต้องคิดทั้งหมด 100% แต่ควรคิดกระบวนการเริ่มต้น แล้วค่อยๆ ลองลงมือทำอย่างจริงจัง เพื่อลดความเสี่ยงในการขาดทุน

การตั้งชื่อร้าน

การตั้งชื่อร้านมีความสำคัญมาก เพราะจะช่วยดึงดูดลูกค้าได้ดี โดยหลักการที่เหมาะในการตั้งชื่อร้านก็คือ ต้องตั้งให้อ่านออกเสียงง่าย จำง่าย มีความเบสิคคุ้นหูคนส่วนใหญ่ และควรสัมพันธ์กับสินค้าที่ขาย ชสำหรับใครที่คิดจะตั้งชื่อร้าน ด้วยชื่อที่แปลกใหม่ ดูหรู ควรคิดให้ดีก่อนว่าจะทำให้ร้านของคุณรุ่งหรือร่วงกันแน่ เพราะหากชื่อร้านอ่านออกเสียงยากจนเกินไป ก็จะทำให้ลูกค้าไม่จดจำ และไม่กล้าที่จะแนะนำคนอื่นต่อ เนื่องจากกลัวอายหากออกเสียงผิด

สินค้าที่จะขาย

สินค้าที่จะขายในครั้งแรกควรเป็นสินค้าที่คุณมีความรู้อยู่แล้ว เพื่อจะได้ให้ข้อมูลกับลูกค้าได้อย่างไม่ติดขัด และการขายสินค้าที่ชอบก็เป็นการสร้างความสุขในการขายให้กับตัวเอง แต่สำหรับใครที่ไม่ได้ชอบสินค้าตัวไหนมากเป็นพิเศษ ก็อาจลองเลือกสินค้าด้วยการสำรวจตลาด ว่าสินค้าอะไรที่กำลังได้รับความนิยม และสามารถทำกำไรได้ดี ที่สำคัญควรจะมีต้นทุนต่ำ เพราะการขายของออนไลน์มักจะมีการตัดราคากันอยู่เสมอ หากเป็นสินค้าที่ต้นทุนสูง จึงอาจทำให้ขาดทุนได้

เงินทุน

การขายของออนไลน์มีทั้งแบบที่ต้องลงทุนและไม่ต้องลงทุน สำหรับใครที่ต้องการขายของออนไลน์แบบลงทุนด้วยการซื้อสินค้ามาสต็อคโดยตรง รวมถึงการทำโฆษณาเพื่อให้ร้านเป็นที่รู้จักอย่างรวดเร็ว ก็ต้องเช็คเรื่องเงินทุนให้ดี ตั้งแต่ค่าสินค้า ค่าบริการอินเทอร์เน็ต ค่าโฆษณา ค่าเว็บไซต์ในการเปิดร้านหรือค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่สำคัญเงินที่นำมาลงทุนเริ่มต้นควรเป็นเงินของตัวเอง ไม่ใช่เงินกู้ยืม เนื่องจากหากไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง ก็จะได้ไม่มีปัญหาหนี้สินตามมาให้กลุ้มใจ

ค่าจดโดเมน 350-500 บาท/ต่อปี
ค่าเช่า Host มีตั้งแต่ 500++ ต่อปี ขึ้นอยู่กับการใช้งานและคุณภาพ
ค่าจัดทำเว็บไซต์ มีหลายราคา หลักร้อยไปถึงหลักแสน
ค่าทำการตลาดออนไลน์ ประชาสัมพันธ์ ลงโฆษณา

จุดขายของร้าน

เมื่อมีสินค้าแล้ว ก็ต้องคิดถึง “จุดขาย” หรือจุดเด่น ของสินค้านั้นๆ เพื่อที่จะนำไปชนะคู่แข่งได้ บางครั้งการสร้างจุดขายที่ราคาถูกกว่า อาจไม่ใช่ข้อดีเสมอไป แต่หากคู่แข่งน้อย หรือคุณคือเจ้าตลาด ที่มีอำนาจในการผลิตสูง ควบคุมต้นทุนได้ แบบนั้นอาจทำใหุ้ณได้เปรียบกว่าคู่แข่งอื่นๆ
ช่องทางจำหน่าย

การเลือกขายของออนไลน์ ถือเป็นช่องทางหลักในการจำหน่าย แต่ก็มีช่องทางย่อยๆ บนอินเทอร์เน็ตอีกเหมือนกัน ซึ่งก็คือ เปิดแฟนเพจ Facebook, ไอจี, ร้านค้าออนไลน์, เว็บไซต์ เป็นต้น โดยช่องทางที่ได้รับความนิยมและสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้ง่ายและเร็วที่สุด ก็คือการเปิดเพจ Facebook เพราะสามารถอัพเดทได้ง่าย ลงโฆษณาได้ตามงบ กำหนดเลือกกลุ่มเป้าหมายที่จะแสดงโฆษณาได้

บริการเปิดร้านขายของออนไลน์ในไทย

www.lnwshop.com
www.weloveshopping.com
www.tarad.com
www.shopup.com

แผนการตลาด

การขายของออนไลน์มีคู่แข่งสูงมาก การจะทำให้ร้านของตนเองได้รับความสนใจ และเป็นที่รู้จักแพร่หลายอย่างรวดเร็ว จึงต้องอาศัยการทำการตลาดเข้ามาช่วย เพื่อดึงดูดให้ลูกค้ามาสนใจมากขึ้น และสามารถเอาชนะร้านอื่นๆ ได้ โดยการวางแผนการตลาดก็สามารถเริ่มได้จากขั้นตอนดังต่อไปนี้

กำหนดเป้าหมายที่ต้องการอย่างชัดเจน
วางแผนขั้นตอนการปฏิบัติเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย
กำหนดงบประมาณที่จะใช้ โดยวางแผนออกมาเป็นขั้นตอนว่าขั้นตอนไหนต้องใช้งบเท่าไหร่
กำหนดเวลา เพื่อทำการประเมิน ตรวจสอบและปรับปรุงแผนให้เหมาะสมอยู่เสมอ

ช่องทางการชำระเงิน

ลูกค้าส่วนใหญ่จะนิยมซื้อสินค้าจากร้านที่มีช่องทางการชำระเงินที่ตอบโจทย์ได้ดีกว่า คือมีช่องทางการชำระเงินที่หลากหลาย และเป็นบัญชีธนาคารที่ตรงกับลูกค้า เพื่อจะได้มีตัวเลือกในการชำระมากขึ้น และไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมการโอนเงิน นอกจากนี้หากต้องการขายสินค้าให้กับลูกค้าที่อยู่ต่างประเทศ ควรเปิดบัญชีที่รองรับการโอนเงินจากต่างประเทศให้ดี อย่างเช่น Paypal และต้องวางแผนสำหรับการจัดส่ง เพื่อไม่ให้ขาดทุน

ธนาคารกรุงเทพ
ธนาคารกสิกรไทย
ธนาคารไทยพาณิชย์
ธนาคารกรุงศรีอยุธยา
ธนาคารกรุงไทย
ธนาคารทหารไทย
ธนาคารออมสิน

ความอดทนในการขาย

การทำธุรกิจต่างๆ จะต้องมีความค่อยเป็นค่อยไป รวมถึงการขายของออนไลน์ ดังนั้นจึงต้องมีความอดทนสูง โดยเฉพาะในช่วงแรกของการเปิดร้าน เนื่องจากยังไม่มีลูกค้ารู้จักมากนัก จึงอาจทำให้แทบไม่มีลูกค้าเข้าร้านเลย แต่หากผ่านไปได้ระยะหนึ่ง มีการโปรโมทรวมถึงอัพเดตสินค้าในร้านอยู่ตลอดเวลา ก็จะเริ่มมีลูกค้ามาให้ความสนใจจนสามารถขายได้ดี และได้รับผลกำไรอย่างน่าพอใจ
ต้องมีเวลา

เวลาเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพราะลูกค้าส่วนใหญ่ล้วนต้องการบริการที่ดี และการโต้ตอบที่รวดเร็วของแม่ค้า ซึ่งหากตอบช้ามาก ก็อาจจะทำให้ลูกค้ารู้สึกหมดความอยาก และเปลี่ยนใจไม่ซื้อสินค้าของคุณในที่สุด ดังนั้นควรบริหารจัดการเวลาให้ดี และหมั่นตอบแชทลูกค้าให้รวดเร็วอยู่เสมอ